เก๋…กู๊ด ณ เกาะกูด

โดย Admin   วันที่ 10/9/2558  11:50 น.



อยากวางแผนไปเที่ยว  แต่จะเลือกที่ไหนดี  ได้ยินมาก็หลายต่อหลายคนมักจะบอกว่าไม่ทะเลก็น้ำตกไม่น้ำตกก็ภูเขา  คุณรู้สึกเบื่อไหมกับสถานที่เหล่านี้  เฮ้อ  ในประเทศเรามีที่เที่ยวแค่นี้เองเหรอ  แต่…ช้าก่อน  เพราะถ้าคุณได้รู้จักกับธรรมชาติที่รอให้คุณได้ไปสัมผัสจริงๆ แล้วล่ะก็  คุณจะร้องโอ้โห!! โดยไม่รู้ตัวเชียวล่ะ 

ดิฉันได้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ทางธรรมชาติของเมืองไทยหลากหลายแห่งด้วยกัน และหนึ่งในนั้นที่อยากจะชวนเพื่อนๆ มาท่องเที่ยวพักผ่อนทำกิจกรรมสนุกๆ ด้วยกัน นั่นก็คือ เกาะกูด จ.ตราด  ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจและมีเสน่ห์ไม่แพ้ที่อื่นๆ  เราจะไปทำความรู้จักกับหลายๆ ด้านกันไม่ว่าจะเป็นด้านระบบนิเวศน์ การเดินทาง  ที่พักบนเกาะกูด  และกิจกรรมต่างๆ  วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกัน   เพราะฉะนั้นเกริ่นมาขนาดนี้แล้วก็อย่าได้ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยที่ยังไม่ได้รู้จักกับ เกาะเก๋กู๊ด แห่งนี้    

  

ด้านระบบนิเวศน์ของเกาะกูด รายล้อมด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์  ทั้งน้ำตก และลำธาร  ตัวเกาะกูดอยู่ทิศตะวันออกของประเทศ  ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเกาะช้างที่อยู่ในจังหวัดเดียวกันและใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศ มีเนื้อที่ 105 ตารางเมตร  ทางฝั่งตะวันตกของเกาะจะประกอบไปด้วย หาดคลองยายกี๋  หาดคลองเจ้า  หาดอ่าวพร้าว แหลมบางเบ้า  อ่าวตาตื่น แหลมหินดำและแหลมเทียน  ส่วนทางฝั่งตะวันออกประกอบด้วย แหลมศาลา  อ่าวยายเกิด  อ่าวคลองหิน  อ่าวจาก อ่าวสับปะรด

    

ที่พักบนเกาะกูดและการเดินทาง ดิฉันและน้องสาวเลือกใช้บริการของบางกอกแอร์เวย์ กรุงเทพฯ – ตราด  ใช้เวลา 1 ชั่วโมงมาถึงจังหวัดตราด  เราตกลงเลือกเที่ยวบินช่วงเย็นเนื่องจากว่ารอบเช้าเต็มเสียแล้วจึงทำให้ต้องจองรอบเย็นคือเวลา 17:10 – 18:10 น. บางกอกแอร์เวย์มี 2 เที่ยวด้วยกัน นั่นคือรอบกลางวัน 11:40 – 12:40 น. และอีกรอบก็คือที่ดิฉันและน้องสาวเลือกเดินทางไปในครั้งนี้นั่นเอง  การบริการดี  รวดเร็ว  สะดวกและเหลือเวลาในการคิดวางแผนการเที่ยวได้อย่างสบายๆ  แต่ถ้าใครอยากเดินทางมาเกาะกูดทางบกก็มีบริการรถทัวร์จากหลายบริษัทหรือรถตู้ ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงมาถึงตัวจังหวัดตราด  เราไม่สามารถข้ามไปยังเกาะกูด ณ วันนั้นได้เลยเนื่องจากเวลาที่เราไปเป็นช่วงเย็น เรือที่รอรับนักท่องเที่ยวเพื่อข้ามไปยังเกาะกูด นั้นรอบสุดท้ายในแต่ละวันคือ 13:00 น.  ดังนั้นเราสองพี่น้องจึงขอลั้ลลาบนฝั่งก่อน 1 คืน  แล้วค่อยเดินทางไปเกาะกูด ในวันรุ่งขึ้น 

   

วันรุ่งขึ้นเราเดินทางไปยังท่าเรือแหลมศอก  โดยสารรถของทางรีสอร์ท ที่เราได้ทำการจองที่พักบนเกาะกูดไว้ล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้ว ในเรื่องของรถให้บริการเพื่อไปยังเกาะกูดค่อนข้างจะหายาก  ดังนั้นจึงต้องจ้างบริการรถโดยสารตั้งแต่ในตัวเมือง แต่หากใครจองที่พักบนเกาะกูดไว้อยู่แล้วคุณก็สามารถใช้บริการรถรับ-ส่งของทางรีสอร์ทได้เลย  อย่าลืมว่าต้องคำนึงในเรื่องของเวลาด้วยเพราะเรือเที่ยวสุดท้ายหมดที่ 13:00 น. ย้ำอีกครั้ง 13:00 น.  เท่านั้น  เพราะเราจะทำการปล่อยยานออกจากโลกเพื่อไปยังดาวแม่  อ้ออ..... ไม่ใช่ละ  เรือที่เราโดยสารมาจากท่าเรือแหลมศอกเป็นเรือเฟอร์รี่ของ เกาะกูด เอ๊กซ์เพลส เวลาเดินเรือ 12:30 – 13:45 น.   ยังมีบริการของเรือประเภทอื่นๆ อีก อย่างบุญศิริเรือเร็วและเรือสปีดโบ๊ท ซึ่งมีความเร็วช้ากว่าเรือเฟอร์รี่  และจะหยุดให้บริการช่วงฤดูฝน คือ เดือน มิถุนายน ถึง กันยายน ส่วนเรือเฟอร์รี่ให้บริการตลอดทั้งปี  

  

เราขอแนะนำที่พักบนเกาะกูด 2 แห่งที่เราได้เข้าพัก ที่แรกคือ อเวย์ เกาะกูด รีสอร์ท เป็นรูปแบบห้องพักแบบบังกะโล แยกเป็นหลังๆ เรียงเป็นแนวตามชายหาด สวยงามกับการตกแต่งที่เก๋ไก๋สไตล์ร่วมสมัย อยู่ในส่วนของหาดคลองเจ้า กิจกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็มีให้ได้ลิ้มลอง  เป็นที่ถูกอกถูกใจแก่นักท่องเที่ยวและเราสองพี่น้องมั๊กมาก  ทั้งสปาที่แสนจะผ่อนคลายท่ามกลางวิวทิวทัศน์ของแมกไม้เขียวชะอุ่ม  ร่มรื่นสบายตาพลางได้ยินเสียงของสายลมและนกน้อยบรรเลงไปพร้อมกับเสียงคลื่น  ให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย ต่อมาพายเรือคายัค ท่ามกลางแสงแดดเปรี๊ยงๆ ที่กระทบลงบนผืนน้ำส่องประกายระยิบระยับสวยงาม  สามารถมองทะลุลงไปยังผืนทรายด้านล่างได้เลยทีเดียวเพราะความใสแจ๋วของน้ำ  รู้สึกสดชื่นสุดๆ กับความสวยของทะเลยามต้องแสงแดดทำให้ลืมความร้อนไปได้เลยมีแต่ความสนุกเข้ามาแทนที่  กิจกรรมต่อไปคลายร้อนได้ดีทีเดียวเชียวนั่นก็คือ ดำน้ำลึก ดื่มด่ำไปกับโลกใต้น้ำที่กว้างใหญ่และธรรมชาติที่สวยงามสมบูรณ์โดยไม่ถูกทำลาย  สำหรับมือใหม่อาจต้องเข้ารับหลักสูตร การดำน้ำ จากผู้เชี่ยวชาญด้าน การดำน้ำ และมีประสบการณ์สูงมาช่วยดูแลและให้ความรู้กับหลักสูตรการดำน้ำ  ปลอดภัย และได้ความประทับใจจากใต้น้ำอย่างแน่นอน ส่วนจุดที่เป็นจุดดำน้ำที่นักท่องเที่ยวนิยมหลักๆ ก็จะได้แก่ เกาะรัง  เกาะกระ เกาะยักษ์ใหญ่ เกาะยักษ์เล็ก เกาะหวาย  และยังมีในจุดอื่นๆ อีกกระจายกันไป

  

หลังจากที่ดิฉันและน้องสาวพักที่ อเวย์ เกาะกูด รีสอร์ท เป็นเวลา 2 คืน  ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนที่พักบนเกาะกูดเพื่อเปลี่ยนมุมมองด้านใหม่ๆ ของเกาะกันบ้าง  ที่ที่ 2 นี้ คือ ฟอร์เรส บูติค เฮาส์ รีสอร์ทแห่งนี้เป็นรีสอร์ทเปิดใหม่ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2010 เป็นห้องพักสไตล์เกสเฮาส์ ซึ่งห้องพักจะไม่มากนัก มีประมาณแค่ 10 ห้อง บรรยากาศรอบข้างเงียบสง เพราะที่แห่งนี้เป็นมุมเล็กๆ ที่เงียบสงบ  เนื่องด้วยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้แวะเวียนมาบริเวณนี้  ทำให้บริเวณโดยรอบเงียบสงบ  แต่อย่าตกใจไปว่าจะไม่มีใครไป  ว้าเหว่เปล่าเปลี่ยวรึเปล่า  ไม่เลย เพราะเจ้าของที่บุกเบิกที่พักบนเกาะกูดแห่งนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและทำรีสอร์ทมาก่อนแล้ว  โดย ฟอร์เรส บูติค เฮ้าส์ ยังเป็นรีสอร์ทในเครือของ สยาม รีสอร์ท กรุ๊ป ประเทศไทย อีกด้วย เพราะฉะนั้นทั้งสไตล์การตกแต่งแนวเรียบๆ และทำเลเป็นส่วนตัว  รับรองว่าคุณจะพบกับความสงบได้อย่างแท้จริง

 

สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะกูด เยอะมั๊กมากก บอกเลยว่าอาหารทะเลสดและสะอาดเป็นที่สุด  ไม่ว่าจะเป็น อ่าวใหญ่ ที่อุดมไปด้วย กุ้ง หอย ปู ปลา และของฝากอีกหลากหลายที่มีผลิตภัณฑ์ที่ได้จากความสดใหม่จากธรรมชาติล้วนๆ  อ่าวบังเบ้า พายเรือคายัคเพื่อชมบริเวณโดยรอบของป่าชายเลน และลงเล่นน้ำกันตรงชายหาดรูปโค้งพระจันทร์เสี้ยว  อ่าวคลองเจ้า มีน้ำตกที่มีชื่อเสียง  นับเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดบนเกาะเลยก็ว่าได้ ยามค่ำคืนนักท่องเที่ยวยังสามารถชื่นชมกับแสงน้อยๆ จากเหล่าหิ่งห้อยในป่าโกงกาง นอกจากนี้ยังมีนอกเหนือจากที่กล่าวมาอีกหลายแห่งและมีเสน่ห์ในแต่ละแห่งกันไป  

   

และแล้วช่วงเวลาแห่งความสุขก็ผ่านพ้นไป  ถึงแม้วันสนุกๆ เหล่านั้นจะผ่านไปแต่ความประทับใจที่ได้กลับมานั้นบอกได้คำเดียวว่า คุ้มค่า มากจริงๆ  การไปท่องเที่ยวครั้งนี้ทำให้ดิฉันและน้องสาวรักในธรรมชาติมากขึ้นเยอะเลย  และต้องขอบคุณประเทศไทยที่ทำให้มีสถานที่ดีๆ และมีคุณค่าแบบนี้ให้เราทุกคนได้ชื่นชม  ความสุขเล็กๆ อาจอยู่ที่กาย แต่ความสุขที่ยิ่งใหญ่นั้นอยู่ที่ใจ ถ้าไม่ลองไปแล้วจะค้นพบความสุขทั้งกายและใจได้ยังไงล่ะ รับรองว่า…..เก๋กู๊ดสไตล์บน เกาะกูด อย่างแน่นอน